...
  1. Exness News
  2. Forex News
  3. ศาสตร์แห่ง Scalping
Forex News

ศาสตร์แห่ง Scalping

August 23, 2018
BY Emma Richards

การเทรดฟอเร็กซ์ (Forex) กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยเลเวอเรจซึ่งช่วยให้คุณเริ่มเทรดได้ด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่ไม่สูงมาก และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เพิ่มความสะดวกให้เทรดเดอร์สามารถเลือกใช้แพลตฟอร์มหลากหลายได้ตามต้องการ นอกจากนั้น การฝากและถอนเงินกับสำหรับเทรดฟอเร็กซ์ยังมีความรวดเร็วกว่าการลงทุนในตลาดหุ้น ฟอเร็กซ์จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ที่กำลังเป็นที่จับตามอง

ในตลาดฟอเร็กซ์นั้น ราคาจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เทรดเดอร์จำนวนมากจึงให้ความสนใจกับการเทรดทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาในระยะสั้นๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้คุณสามารถทำกำไรได้รวดเร็วว่องไวกว่าการถือครองสถานะคำสั่งซื้อขาย (Order) ในระยะยาว

สำหรับการเทรดทำกำไรระยะสั้น Scalping เป็นหนึ่งในรูปแบบการเทรดซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายสำหรับเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ โดยบทความนี้ ได้รวบรวมความรู้และข้อควรทราบเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำ Scalping ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงการลงมือปฏิบัติ และยังมาพร้อมกับตัวอย่างกลยุทธ์และเคล็ดลับการเทรดทำกำไรระยะสั้นที่คุณไม่ควรพลาด

ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า รูปแบบการลงทุนพื้นฐานที่สุด เป็นการลงทุนที่มีระยะเวลาค่อนข้างยาว ซึ่งอาจเป็นการเปิดสถานะเดียวและถือครองไปตลอดหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ในกรณีนี้ นักลงทุนจะซื้อสินทรัพย์และคาดการณ์ว่า มูลค่าสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงระยะเวลานาน หลังจากสินทรัพย์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่ต้องการ นักลงทุนจะดำเนินการปิดสถานะเพื่อรับประโยชน์จากความแตกต่างของราคา

ในทางตรงกันข้าม Scalping คือ การทำกำไรอย่างรวดเร็วจากการเคลื่อนไหวของราคาภายในระยะเวลาอันสั้น โดยกรอบเวลาอาจอยู่ในระยะเวลาที่สั้นมากๆ อย่างเช่น 1 นาที เป็นต้น

Scalping คืออะไร

Scalping คือ การเทรดทำกำไรในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เป็นการทำกำไรไม่มากต่อคำสั่งซื้อขาย แต่เน้นความถี่ในการเทรด โดยกำหนดตำแหน่งปิดคำสั่งซื้อขายเพื่อทำกำไร (Take Profit หรือ TP)  และตำแหน่งปิดคำสั่งซื้อขายเพื่อตัดขาดทุน (Stop Loss หรือ SL) การเปิด/ปิดสถานะคำสั่งซื้อขายจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้จำนวนเล็กน้อย ก็จะปิดสถานะคำสั่งซื้อขาย หรืออธิบายง่ายๆ ว่า เป็นการทำกำไรน้อยๆ แต่หลายครั้ง (หลายคำสั่ง) ซึ่งใช่เรื่องแปลก หากเทรดเดอร์ที่ใช้ระบบเทรด Scalping จะเปิดคำสั่งซื้อขายมากถึง 100 คำสั่งต่อวัน

ในการเทรด Scalping มักจะตั้งเป้าหมายอยู่ที่การทำกำไรประมาณ 5-20 ปิ๊ป ซึ่งจะไม่ใช่การเทรดโดยหวังกำไรก้อนใหญ่ แต่เป็นการอาศัยการเปลี่ยนแปลงของราคาในระยะเวลาสั้นๆ โดยอาจใช้กรอบเวลาเป็นรายนาที หรือหลายนาที และจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) และความแม่นยำในการตัดสินใจค่อนข้างสูง

Scalping คือ รูปแบบการเทรดระยะสั้นที่เป็นที่นิยมมากสำหรับเทรดเดอร์ เนื่องจากสามารถทำกำไรได้ในทุกสภาวะตลาด แม้ในช่วงที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของแนวโน้ม นอกจากนั้น การตั้งจุด Stop Loss ในการทำ Scalping ก็ช่วยจำกัดการขาดทุนให้พอร์ทการลงทุนปลอดภัย อีกทั้งยังลดความลำบากใจในการปิดคำสั่งซื้อขายที่ขาดทุน

การเตรียมตัวก่อนเริ่มทำ Scalping

สิ่งที่คุณควรเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้นทำ Scalping มีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 สำรวจตัวเองว่า Scalping เหมาะกับคุณหรือไม่

Scalping คือ การเทรดระยะสั้นเพื่อทำกำไรจากจำนวนคำสั่งซื้อขาย โดยจะมีการส่งคำสั่งซื้อขายจำนวนมาก จึงค่อนข้างใช้เวลา ในหนึ่งวัน คุณอาจต้องจัดสรรเวลาให้กับการเทรดหลายชั่วโมง เนื่องจากต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาในระดับที่น้อยที่สุด อาจเป็นรายนาที หรือแม้กระทั่งวินาที ดังนั้น คุณจึงต้องให้เวลาพอสมควรสำหรับการเทรดรูปแบบนี้ นอกจากนั้น คุณจะต้องมีความสามารถในการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว รวมถึงวิเคราะห์สถานการณ์ได้ในทันทีอย่างแม่นยำ เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกๆ โอกาสหรือจังหวะในการทำกำไรนั่นเอง

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ จิตใจที่เข้มแข็งและการควบคุมอารมณ์ตัวเอง ในการเทรดแบบ Scalping คุณอาจพบกับการขาดทุนในบางครั้ง การมีจิตใจที่มั่นคงจึงเป็นเรื่องสำคัญ คุณต้องยอมตัดขาดทุนและทำตามแผนหรือระบบการเทรดที่ได้วางเอาไว้ เพื่อไม่ปล่อยให้เกิดการสูญเสียมากเกินไปจนอาจทำให้ขาดทุนมากกว่ากำไรที่สามารถทำได้ทั้งหมดรวมกันหรือปล่อยให้ขาดทุนยาวจนต้องล้างพอร์ทไป ในส่วนนี้ขอแนะนำว่า การเทรดแบบ Scalping ควรตั้ง Stop Loss เอาไว้เสมอ และควรมีการใช้อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนในการบริหารความเสี่ยง (Risk/Reward Ratio)

ขั้นตอนที่ 2 เลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์

การทำ Scalping ควรพิจารณาเงื่อนไขของบัญชีต่างๆ ของโบรกเกอร์เป็นอันดับแรกว่า มีการอนุญาตมากน้อยเพียงใด โดยข้อกำหนดสำหรับแต่ละโบรกเกอร์ก็จะแตกต่างกันไป คุณอาจไม่ทราบมาก่อนว่า บางโบรกเกอร์ไม่อนุญาตให้ทำ Scalping และมีการตรวจสอบการเทรดเพื่อทำกำไรในลักษณะนี้อยู่เสมอ คุณจึงควรตรวจสอบนโยบายของโบรกเกอร์ให้ชัดเจน

เมื่อคุณตรวจสอบข้อกำหนดของโบรกเกอร์เรียบร้อยแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรคำนึงถึง มีดังต่อไปนี้

ค่าสเปรด

ในการเลือกโบรกเกอร์สำหรับ Scalping เทรดเดอร์ควรพิจารณาค่าสเปรด โดยสเปรดยิ่งต่ำ ก็ยิ่งมีโอกาสทำกำไรได้มาก เป็นที่ทราบกันดีว่า ค่าใช้จ่ายหลักๆ ในการเทรดก็คือ สเปรดระหว่างราคาซื้อและราคาขาย (Bid/Ask) เทรดเดอร์จึงสามารถลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสทำกำไรด้วยการเลือกโบรกเกอร์ที่ให้บริการบัญชีการเทรดที่มีสเปรดต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณทำ Scalping ซึ่งต้องมีการเปิดคำสั่งซื้อขายจำนวนมากหลายๆ คำสั่ง สเปรดจึงเป็นต้นทุนสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

การดำเนินการคำสั่ง (Execution)

การทำ Scalping ต้องอาศัยการดำเนินการคำสั่งที่มีประสิทธิภาพ การเปิดคำสั่งซื้อขายที่ล่าช้าหรือไม่แม่นยำ อาจทำให้คุณขาดทุน ซึ่งเป็นผลให้กำไรที่สั่งสมมาทีละน้อยหายไปได้ การกำไรจากการซื้อขายนั้นมีโอกาสค่อนข้างจำกัด การดำเนินการคำสั่งจึงต้องแม่นยำ

อัตรา Slippage

อัตรา Slippage หรือการคลาดเคลื่อนของราคาควรจะต่ำที่สุด เพื่อให้เราสามารถเข้าเทรดได้ในตำแหน่งที่ต้องการอย่างแม่นยำ

สภาพคล่อง

การเทรดแบบ Scalping คือ การเทรดที่ต้องมีการเข้าและออกตำแหน่งบ่อยครั้งภายในกรอบเวลาอันสั้น กลยุทธ์นี้จะสามารถทำได้สำเร็จก็ต่อเมื่อคำสั่งซื้อขายได้รับการดำเนินการ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับสภาพคล่อง โดยหากมีปริมาณการซื้อขายมาก ก็หมายถึงมีสภาพคล่องสูง

เครื่องมือและแพลตฟอร์มการเทรด

เครื่องมือและแพลตฟอร์มซึ่งใช้ในการซื้อขายก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยคุณได้ในการเทรด  MetaTrader เป็นแพลตฟอร์มการเทรดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน สำหรับบางโบรกเกอร์นั้น คุณสามารถดาวน์โหลดปลั๊กอินสำหรับใช้ร่วมกับ MetaTrader เพื่อใช้งานอินดิเคเตอร์และเครื่องมือเพิ่มเติมที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยในการวิเคราะห์ตลาดในหลายกรอบเวลา นอกจากนี้ อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่เป็นประโยชน์ในการเทรด Scalping บน MetaTrader ก็คือ One-Click Trading หรือการซื้อขายในคลิกเดียว ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว โดยเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับการเทรด Scalping

สื่อให้ความรู้และสัมมนาออนไลน์

แม้ว่าในข้อนี้อาจเป็นปัจจัยเสริม แต่การเลือกโบรกเกอร์ที่ให้การสนับสนุนในการให้ความรู้ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะและความรู้ในการเทรดของคุณ โดยเฉพาะมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องการคำแนะนำ ในปัจจุบัน โบรกเกอร์หลายแห่งได้จัดให้มีสัมมนาออนไลน์เพื่อมอบความรู้ให้กับเหล่าเทรดเดอร์อยู่อย่างสม่ำเสมอและไม่มีค่าใช้จ่าย

ข้อมูลวิเคราะห์ตลาด

หากจะเลือกโบรกเกอร์สักแห่ง นอกเหนือจากเรื่องพื้นฐานดังที่ได้กล่าวไปแล้ว การเลือกโบรกเกอร์ที่ให้บริการข้อมูลวิเคราะห์ตลาดก็ถือเป็นทางตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะคุณจะสามารถรับข้อมูลวิเคราะห์เจาะลึกซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนำมาประกอบ การตัดสินใจ

ขั้นตอนที่ 3 เลือกรูปแบบการเทรด

รูปแบบสำหรับการเทรด Scalping หรือเทรดระยะสั้นนั้น สามารถทำได้ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ การเทรดด้วยตนเอง และการเทรดด้วยระบบอัตโนมัติ (EA)

สำหรับการเทรด Scalping ด้วยตนเองนั้น เทรดเดอร์จะต้องคอยติดตามการเคลื่อนไหวของตลาด และเลือกเปิดสถานะ เมื่อถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม ส่วนอีกรูปแบบ คือ การเทรด Scalping ผ่านระบบการเทรดอัตโนมัติซึ่งจะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการเทรด โดยเทรดเดอร์สามารถเขียน EA เพื่อให้ระบบทำการเทรดให้โดยอัตโนมัติตามที่ตั้งค่าไว้

เมื่อคุณเตรียมตัวพร้อมแล้ว ต่อมาก็คือ การเทรดลงมือเทรด โดยเราได้รวบรวมเทคนิคการเริ่มต้นเทรด Scalping เอาไว้ให้กับคุณดังนี้

การเทรด Scalping

กลยุทธ์การเทรด Scalping ที่ใช้กันโดยทั่วไปนั้นมีมากมาย การเทรดฟอเร็กซ์นั้นไม่มีกฎตายตัว ดังนั้น เมื่อพูดถึงกลยุทธ์การเทรดหรือระบบการเทรดของคุณ หากคุณสามารถจัดการความเสี่ยงและทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอและรู้สึกพอใจกับผลงาน กลยุทธ์นั้นก็สามารถใช้ได้

การเริ่มต้น Scalping

  1. กำหนดอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน หรือ Risk:Reward เพื่อใช้หาอัตราสำเร็จ (Winrate) ซึ่งหมายถึง อัตราที่คำสั่งซื้อขายของคุณจะสามารถทำกำไรได้สำเร็จนั่นเอง
  2. บันทึกสถิติการเทรดให้ชัดเจน เพื่อคำนวณอัตราที่ทำสำเร็จ

ในกรณีนี้ กำหนดให้อัตราส่วนที่ใช้ คือ Risk:Reward เท่ากับ 1:1

ยกตัวอย่าง ได้ดังนี้

สมมติคุณเปิดคำสั่งซื้อขายโดยตั้ง Stop Loss อยู่ที่ -10 และตั้งเป้าหมายอยู่ที่ +10 ระบบนี้จะให้อัตราส่วน 1:1 หรือ 50% จึงหมายถึงมีโอกาส 50/50 ที่ราคาจะเคลื่อนไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่งในสัดส่วนที่เท่ากันนั่นเอง

จากนั้นเมื่อคุณเทรด ให้คุณบันทึกประวัติการเทรด และลองนำมาเทียบตามหลักพิจารณาด้านล่าง

ข้อด้านล่างนี้ คือ หลักพิจารณาระบบการเทรดเบื้องต้นสำหรับอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน

RR เท่ากับ 1:1

  1. อัตราสำเร็จ > 50%  

หมายความว่า ระบบสามารถใช้ได้ ซึ่งจะดียิ่งขึ้นไปอีก หากอัตราสำเร็จมากกว่า 60%

  1. อัตราสำเร็จ < 50%

ถือว่าต้องปรับปรุงระบบ หรือ ปรับ Risk : Reward จากเดิม 1:1 อาจจะปรับเป็น 1:2

  1. อัตราสำเร็จ = 50%

ต้องปรับปรุงระบบ หรือ ปรับ Risk : Reward จากเดิม 1:1 อาจจะปรับเป็น 1:1.3 หรือ 1:1.5 เพื่อทำให้ผลตอบแทนเป็นบวก

จากนั้นให้คุณลองค้นหาอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่เหมาะกับตัวคุณเอง

เคล็ดลับการเทรด Scalping

  1. เทรดสกุลเงินคู่เดียว

หากคุณมุ่งเป้าหมายไปที่คู่สกุลเงินใดคู่สกุลเงินหนึ่ง การเทรด Scalping ของคุณจะมีประสิทธิภาพมาก ซึ่งจะทำให้คุณมีโอกาสในการประสบความสำเร็จมากขึ้น

  1. ซื้อขายเฉพาะคู่สกุลที่มีสภาพคล่องสูง

เนื่องจากคุณต้องเข้าสู่ตลาดบ่อยครั้ง คุณจึงควรเลือกเทรดคู่สกุลเงินที่มีปริมาณการซื้อขายสูงหรือคู่สกุลเงินที่ได้รับความนิยมนั่นเอง

  1. คำนวณสเปรด

เนื่องจากคุณจะต้องเปิดคำสั่งซื้อขายจำนวนหลายคำสั่ง สเปรดจึงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการทำกำไรโดยรวมของคุณ โดยคุณควรเลือกโบรกเกอร์ที่ให้บริการสเปรดต่ำที่สุด

  1. ควบคุมอารมณ์และมีสมาธิ

การทำ Scalping ต้องอาศัยการตัดสินใจนาทีต่อนาที คุณต้องสามารถวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นความใจเย็น รวมถึงสมาธิจึงสำคัญมาก

  1. บริหารการเงินให้ดี

การเทรด Scalping ในแต่ละวัน เป็นการเปิดคำสั่งซื้อขายจำนวนมาก ดังนั้น ในการเปิดคำสั่งซื้อขายแต่ละครั้ง คุณไม่ควรเสี่ยงใช้เงินลงทุนจำนวนมากที่มีอยู่ในพอร์ท คุณจึงควรวางแผนเพื่อบริหารจัดการเงิน และคำนวณความเสี่ยงให้ดี

ข้อดีและข้อเสียของ Scalping

Scalping คือ กลยุทธ์การเทรดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า มีทั้งข้อดีและข้อเสีย จึงอาจไม่เหมาะกับทุกคน ข้อดีและข้อเสียในการเทรด Scalping ที่คุณควรทราบโดยย่อ มีดังนี้

ข้อดีของ Scalping

  1. ไม่ต้องถือสถานะข้ามคืน

Scalping จะเทรดในกรอบเวลาเพียงระหว่างไม่กี่นาที จึงไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงจากการถือสถานะข้ามคืน

  1. เทรดได้ในทุกสภาวะตลาด

Scalping เน้นการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของราคาในกรอบเวลาสั้นๆ คุณจึงสามารถเทรดได้ในทุกสภาวะตลาด แม้ในช่วงที่ตลาดสงบ เพราะการเปลี่ยนแปลงของราคาเพียงเล็กน้อยเกิดขึ้นได้ง่าย ส่วนการเปลี่ยนแปลงอย่างมากของราคาจะสัมพันธ์กับสภาวะของตลาด รวมถึงความสมดุลของอุปสงค์และอุปทาน

  1. ไม่ต้องอาศัยปัจจัยพื้นฐานมากนัก

ลักษณะของการทำกำไรจาก Scalping จะเน้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคมากกว่าการติดตามปัจจัยพื้นฐานหรือข่าวสาร

ข้อเสียของ Scalping

  1. ต้องติดตามกราฟอยู่ตลอด

ในการเทรด Scalping นั้น คุณต้องคอยติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาอยู่ตลอด ซึ่งหมายถึง คุณต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานในหนึ่งวัน จึงอาจส่งผลต่อสุขภาพกายสุขภาพใจ

  1. ต้องอาศัยความแม่นยำ

การเทรด Scalping ต้องอาศัยทักษะการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ จึงอาจไม่เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่ แต่คุณก็สามารถฝึกฝนให้เชี่ยวชาญได้ผ่านการลองกลยุทธ์ Scalping ในบัญชีทดลอง ซึ่งหลายๆ โบรกเกอร์ในปัจจุบันก็ให้บริการ ให้คุณสามารถลองเทรดได้ฟรี โดยไม่มีความเสี่ยง

  1. ความเสี่ยงจากการควบคุมอารมณ์

เมื่อต้องเฝ้าอยู่หน้าจอเพื่อติดตามการทำ Scalping ในบางครั้งที่พบว่าคำสั่งซื้อขายของคุณขาดทุน คุณอาจรู้สึกหัวเสีย เกิดความเครียด จึงมีผลกับการตัดสินใจสำหรับการเทรดทำกำไรในครั้งต่อไป

  1. ต้นทุนจากสเปรด

เนื่องจากคุณต้องเปิดคำสั่งซื้อขายจำนวนมากเพื่อทำกำไรจาก Scalping สเปรดของโบรกเกอร์จึงเป็นต้นทุนสำคัญที่คุณต้องพิจารณาให้ได้ เพราะอาจส่งผลให้คุณไม่สามารถทำกำไรได้ในระดับที่คาดหวังเอาไว้ แต่อย่างไรก็ตาม คุณก็อาจพิจารณาเลือกโบรกเกอร์ที่ให้บริการสเปรดต่ำเป็นพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้คุณมีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น

โดยสรุปแล้ว Scalping เป็นหนึ่งในรูปแบบการเทรดฟอเร็กซ์ที่มีประสิทธิภาพและได้ผลมาก แต่ก็ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า ไม่มีกลยุทธ์ใดที่สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอไป การเทรดแบบ Scalping นั้นต้องอาศัยเวลาและความชำนาญ อีกทั้งยังมีข้อดีและข้อเสียที่ต้องนำมาพิจารณา ทั้งนี้คุณควรให้เวลาศึกษา ทดลอง และเลือกกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับลักษณะนิสัยและรูปแบบการเทรดของคุณ

alternate text for image
آیا به مهارت های تجاری خود اطمینان دارید؟ یک حساب باز کنید و معامله را با Exness شروع کنید
OPEN A DEMO ACCOUNT